เที่ยวตามรอย 9 ความทรงจำในรัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจสำคัญที่สนุก ได้ความรู้

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจสำคัญของท่านนั้นมีนานาประการแผนการ จนถึงพวกเราเอามาเล่าได้ไม่หมด แต่ละแผนการก็ล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในเขตแดนแล้วก็ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนประเทศไทยทั้งประเทศ ShopBack Blog ขอพาทุกคนไปย้อนกลับมาเรื่องราวของรัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจสำคัญของท่าน พร้อมทางสะกดรอยเก็บความทรงจำที่พวกเราสามารถเดินทางไปเล่าเรียน ทำความเข้าใจ รวมทั้งนำความคิดของร 9 มาใช้ในชีวิตได้ตลอดกาล

เชิดชูพระเกียรติรัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจสำคัญ 9 เรื่องน่าจำ

โครงงานแกล้งดิน

แกล้งดิน เป็นพระราชกรณียกิจ ร 9 ที่หลายๆคนคุ้นหู้กันดี โครงงานนี้เริ่มจากแนวความคิดของท่านที่ทรงต้องการขจัดปัญหาดินกรดที่ทำให้เกษตรกรรวมทั้งชาวไร่ชาวนาลำบาก

วิธีแก้ไขของโครงงานแกล้งดินเป็น การขังน้ำไว้ในพื้นที่กระทั่งส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทางเคมีกระทั่งดินกรดจัด เมื่อถึงที่สุดแล้วจึงระบายน้ำออก แล้วจึงปรับภาวะดินด้วยปูน ก็จะสามารถใช้พื้นที่ทำการเพาะปลูกได้ท้ายที่สุด

ศูนย์ศึกษาเล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทองคำ เป็นศูนย์กลางการทำงานแบบบูรณาการเพื่อตอบสนองแนวความคิดโครงงานแกล้งย้ำการเสริมสร้างการเล่าเรียนและก็เผยแพร่วิชาความรู้ให้พลเมืองเพื่อสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ศูนย์เรียนฯ ที่นี้มีพื้นที่ 1,740 ไร่ ข้างในแบ่งได้เป็นหลายส่วนด้วยแนวความคิดพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติที่มีชีวิต มีการจัดโซนพื้นที่แล้วก็ตกแต่งอย่างงดงามเป็นระบบ เปิดให้สามัญชนท่องเที่ยวดูได้ทุกพื้นที่เพื่อเล่าเรียนแนวความคิดการกสิกรรมตามความคิดของท่านท่านจ้ะ

แผนการปลูกต้นหญ้าแฝก

แผนการปลูกต้นหญ้าแฝกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจหัวข้อนี้นั้น ท่านได้ทรงศึกษาเล่าเรียนหัวข้อการใช้ต้นหญ้าแฝกเพื่อการรักษาดินแล้วก็น้ำจากเอกสารของธนาคารโลก ที่ Mr.Richard Grimshaw ได้นำทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

หลังจากนั้นก็เลยพระราชทานความคิดเรื่องต้นหญ้าแฝกโดยให้แนวความคิดรวมทั้งกระทำทดสอบปลูกต้นหญ้าแฝกเพื่อคุ้มครองปกป้องการชำรุดทลายของหน้าดิน มีหน่วยงานทั้งยังเมืองและก็เอกชนนำไปแนวความคิดนี้ไปปฏิบัติแล้วก็ยังคงเป็นที่นิยมโดยตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เป็นหน่วยงานที่มีการรณรงค์แล้วก็นำไปแนวความคิดแผนการปลูกต้นหญ้าแฝกเพื่อคุ้มครองการชำรุดทลายของหน้าดินมาใช้ทั้งยังในรอบๆเขื่อนแล้วก็ชุมชนรอบๆ

ข้างในเขื่อนมีห้องอาหาร จุดสำหรับเพื่อชมวิว พื้นที่สวนป่า รวมทั้งทางรถจักรยานให้ปั่นดูทั่วทั้งยังรอบๆ เป็นเยี่ยมในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งสามารถมาศึกษาแล้วก็พักผ่อนหย่อนใจได้พร้อมเพียงกันอีกทั้งครอบครัว

แผนการช่างเถอะ

“ช่างมัน” โครงงานชื่อสวยที่แสดงถึงความมีพระอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจโครงงานช่างเถิดเกิดขึ้นที่หมู่บ้านหนองคอกไก่ กลุ่มที่ 5 ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

เดิมทีรอบๆนี้เป็นหลักที่แล้ง เกษตรกรส่วนมากนิยมนำมาปลูกพืชไร่เป็นหลัก เมื่อท่านได้เสด็จเยี่ยมก็เลยมีแนวความคิดว่า ให้ทดสอบปลูกมันเมื่อพบว่าเจริญงอกงามดีก็เลยพูดว่า “มันอยู่ไหนก็ผลิออกได้”

ท่านก็เลยให้ราษฎรจัดเป็นหลักที่เพาะปลูกพืชเขตแดนของเพชรบุรี รวมทั้งมันประเภทพระราชทานที่ตั้งโชว์บนเครื่องชั่งห้องทรงงานข้างในราชสำนักไกลหนักใจให้เอามาปลูกด้วย จนกระทั่งพื้นที่ที่นี้เปลี่ยนเป็นศูนย์การเล่าเรียนการปลูกพืชในที่แล้ง และก็เปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญเพื่อการเรียนไปท้ายที่สุด

พื้นที่แผนการมีราวๆ 250 ไร่ ปรับปรุงเป็นศูนย์การศึกษาด้านการปลูกพืชเกษตร มีทั้งยังปลูกไม้ผลพืชไร่และก็ผักต่างๆแปลงแสดงปลูกข้าว แปลงปลูกยางพารา ฟาร์มวัวนม ฟาร์มไก่ ทุ่งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อประชากรได้มาท่องเที่ยวดู

ไฮไลต์ของตรงนี้เป็น ที่พักส่วนพระองค์ มีชื่อในใบสำมะโนครัวเป็นบ้านเลขที่ 1 กลุ่มที่ 5 บ้านหนองคอกไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยทรงจดทะเบียนเป็นเกษตรทำไร่ เป็นบ้านกึ่งไม้ครึ่งอาคารสองชั้นทรงยาว ยังคงถูกรักษาเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อเราได้ไปเก็บภาพไว้เป็นของที่ระลึกจ้ะ

แผนการฝายชะลอน้ำ

อีกหนึ่งแนวความคิดสำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดแจงน้ำที่ท่านมอบให้โดยตระหนักถึงจุดสำคัญของป่า ก็เลยได้เสนอแนะให้ใช้ “ฝาย” หรือ Check Dam เพื่อใช้ชะลอความชื้นให้ป่าเติบโตแล้วก็สมบูรณ์บริบูรณ์รวมทั้งเป็นการสงวนดินไปในตัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “การปลูกป่าตอบแทนป่าดงที่ถูกทำลายนั้นจำเป็นที่จะต้องสร้างฝายเล็กเพื่อหนุนน้ำส่งไปตามเหมืองไปใช้ในพื้นที่สำหรับเพาะปลูกทั้งคู่ด้าน ซึ่งจะให้น้ำเบาๆแผ่ขยายออกไปทำความเปียกชื้นในรอบๆนั้นด้วย”

ตอนนี้มีหน่วยงานทั้งยังเมือง เอกชน รวมทั้งพื้นที่ชุมชนนำแนวความคิดการผลิตฝายของท่านไปประพฤติตามมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลายร้อยที่

ข้างในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาภูเขาพานประกอบไปด้วยพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อแสดงการปฏิบัติการตามแนวความคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยอยากที่จะให้ศูนย์ฯ ที่นี้เป็นแบบจำลองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสามารถเล่าเรียนหากรรมวิธีการจัดการกับปัญหาของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างเหมาะควร

พวกเราจะได้ท่องเที่ยวดูอีกทั้งแปลงท้องนาข้าวเกษตรอินทรีย์ ดูงานศึกษาเล่าเรียนแล้วก็ปรับปรุงป่าดง งานรักษานกหายาก พืชพันธุ์ไม้ต่าง ไปจนกระทั่งฝายชะลอน้ำ แล้วก็พื้นที่รักษาสัตว์ป่า นอกเหนือจากนั้นยังมีทางเรียนรู้ธรรมชาติให้เด็กๆกรุ๊ป หรือสมาคมเข้ามาดำเนินกิจกรรมออกค่ายพักแรมอีกด้วย

แนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียง : เกษตรแนวคิดใหม่

อีกหนึ่งแนวความคิดที่ชาวไทยรู้จักดีที่สุดโน่นเป็นเศรษฐกิจพอเพียง แนวทางการทำเกษตรแนวความคิดใหม่โดยรัชกาลที่ 9 พระราชกรณียกิจประเด็นนี้เป็นการมอบแนวความคิดการเลียนแบบพื้นที่แบบ 3 ขั้น เป็นต้นว่า

เบื้องต้นเป็นการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตรา 30-30-30-10 เพื่อขุดเป็นสระเก็บกักน้ำ 30% ปลูกข้าวในช่วงฤดูฝน 30% ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ผักสมุนไพร 30% รวมทั้งเป็นที่พักที่อาศัยอีก 10%

ขั้นลำดับที่สอง เป็นการให้เกษตรกรรวมกันในลักษณะของกรุ๊ปสหกรณ์เพื่อดำเนินงานดูแลสมาชิกในกรุ๊ปด้านการสร้าง การตลาด การดำรงชีวิต ผลประโยชน์ การเล่าเรียน แล้วก็ขั้นลำดับที่สาม เป็นการประสานงานรวมทั้งหาแหล่งเงินทุน เพื่อนำมาลงทุนแล้วก็ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนภายในชุมชน

พิพิธภัณฑสถานเกษตรสรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพื้นที่โดยประมาณ 300 ไร่ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่พระความเป็นอัจฉริยะแล้วก็เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้ทางการเกษตรให้กับพสกนิกรทั่วๆไป

ส่วนของพิพิธภัณฑสถานมีทั้งยังในตึกรวมทั้งที่โล่งแจ้ง โดยในตึกจะมีเรื่องมีราวราว วิชาความรู้ รูปเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการกสิกรรมให้ได้เรียน

ส่วนพิพิธภัณฑสถานที่โล่งแจ้ง เป็นการจัดโชว์แปลงแสดงแนวทางการทำการกสิกรรมรวมทั้งการแบ่งส่วนพื้นที่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งยังการปลูกข้าว ทำแปลงท้องนาอินทรีย์ วิธีการปลูกข้าว วิธีการทำแปลงผัก การปลูกสมุนไพร การเพาะเห็ด ไปจนกระทั่งปศุสัตว์

โครงงานส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชสินทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโครงงานสวนจิตรลดาขึ้น โดยมีพระตั้งใจให้เป็นหลักที่เก็บรวบรวมโครงงานหลายๆอย่างเอาไว้ภายในที่เดียว

แบ่งได้เป็น 2 จำพวกเป็น โครงงานแบบไม่ใช่ธุรกิจ เพื่อปรับปรุงความสามารถการสร้างทางการเกษตร รวมทั้งแผนการครึ่งหนึ่งธุรกิจ ดังเช่นว่า โรงวัวนมสวนจิตรลดา, โรงนมผงสวนดุสิต, น้ำผึ้งสวนจิตรลดา ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพออกมาจัดจำหน่ายในตลาดทั่วๆไป

โครงงานส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นแผนการที่รัชกาลที่ 9 ทรงเริ่มขึ้นในพระราชสำนัก โดยมีการสะสมแผนการหลายประเภทเอาไว้ในพื้นที่เดียวและก็เปิดให้คนธรรมดาทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยวดู

มีอีกทั้งส่วนแสดงพื้นที่สำหรับทำการเพาะปลูก ปศุสัตว์ และก็โรงงานดัดแปลงผลิตผล ยิ่งไปกว่านี้ยังมีร้านขายของโครงงานจิตรลดาสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อของกิน ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไปอยู่ที่บ้านด้วย

แผนการฝนเทียม

แผนการทำฝนเทียม มีขึ้นเพื่อทุเลาปัญหาขาดน้ำสำหรับการเกษตร โดยมีการค้นคว้าทดลองทำการฝนเทียมขึ้น รวมทั้งนำไปสร้างเป็นฝนให้ตกในพื้นที่แห้งที่จำต้องได้รับการช่วยเหลือ

วิธีการทำฝนเทียมจะใช้สารเคมีโปรยปรายในฟ้า ตราบจนกระทั่งละอองน้ำอิ่มตัวและก็กลั่นตัวออกมาแปลงเป็นหยาดฝน สำหรับขจัดปัญหาขาดน้ำในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ รวมทั้งการจัดการปัญหาไฟป่าถ้าหากมีความสำคัญ

หอพักสรรเสริญพระพ่อที่ฝนเทียม เป็นศูนย์แสดงประวัติความเป็นมาของฝนเทียม มีเนื้อหาตั้งแต่วิธีการทำฝนเทียม ห้องทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รวมทั้งเรือบินที่ใช้สำหรับการบินเพื่อทำฝนเทียม

ยิ่งกว่านั้นยังเก็บรวบรวมรูปฝีพระมือให้พวกเราได้รับดู ส่วนที่พลาดมิได้เลยก็คือดินสอ เข็มทิศ และก็สารฝนเทียม ที่ท่านสร้างสรรค์ขึ้น นำเสนออยู่ข้างในห้องทรงงาน

กังหันน้ำชัยปรับปรุง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีความคิดให้มูลนิธิชัยปรับปรุงดำเนินงานวิจัยและพัฒนากังหันน้ำชัยปรับปรุงขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้มีการนำกังหันไปจัดตั้งตามพื้นที่น้ำต่างๆทั่วราชอาณาจักร

จุดประสงค์ของกังหันชัยปรับปรุงเพื่อการบำบัดน้ำเสียด้วยแนวความคิดการเติมอากาศ ทำให้น้ำเสียแปลงเป็นน้ำดีแล้วก็สามารถดัดแปลงสำหรับเพื่อการบำบัดรักษาน้ำจากการอุปโภคบริโภคของสามัญชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งเพื่อเพิ่มออกสิเจนให้บ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทางการเกษตรได้อย่างดีเยี่ยม

เริ่มโครงงานที่ ตำบลหนองสนม หนึ่งในชุมชนต้นแบบที่ได้รับการนำกังหันน้ำชัยปรับปรุงไปใช้สำหรับเพื่อการบรรเทาน้ำเสีย ด้วยเหตุว่าเป็นหลักที่รับน้ำเสียจากเมืองจ.สกลนคร

ท่านทรงมีความคิดให้บำบัดรักษาน้ำเสียด้วยการวางส่วนประกอบบำบัดรักษาน้ำใหม่ทั้งปวง ประสมประสานแนวความคิดตามธรรมชาติและก็เทคโนโลยี จนถึงน้ำสามารถประยุกต์ใช้อุปโภคบริโภคในชุมชนได้ท้ายที่สุด รวมทั้งสามารถบำบัดรักษาน้ำเสียก่อนปลดปล่อยลงสู่หนองหานได้อย่างมีคุณภาพ

พวกเราสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวพักที่ทะเลสาบหนองหาน ซึ่งเป็นหลักที่รับน้ำที่ได้รับการบำบัดโดยกังหันน้ำชัยปรับปรุง แล้วก็ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดรวมทั้งนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย นอกเหนือจากนั้นยังมีสมุทรบัวแดงให้แวะมาถ่ายภาพงามๆอีกด้วย

โครงงานเขื่อนในความคิด

รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระปัญญาสามารถสามารถหัวข้อการบริหารจัดแจงน้ำเป็นอันมาก ท่านทรงมองเห็นถึงจุดสำคัญของน้ำที่ประชาชนในภูมิภาคต่างๆปรารถนา ด้วยประการฉะนี้ก็เลยมีความคิดให้คิดแผน วางแบบ และก็ก่อสร้างเขื่อนสำคัญหลายที่

ทำให้เกิดอาการชาวบ้านในเขตแดนนั้นๆมีน้ำใช้ยามฤดูแล้ง ข้างหน้าฝนก็มีเขื่อนสำหรับเก็บกักน้ำ ให้แคว้นได้บริหารน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเองมาจนกระทั่งตอนนี้

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้กับเขื่อนที่นี้ ผลิตขึ้นภายใต้โครงงานปรับปรุงบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก สาเหตุจากความคิด เป็นเขื่อนแกนดินเหนียวที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยมีความยาวถึง 4,860 เมตร ความสูงที่จุดสุดยอดอยู่ที่ 36.50 เมตร

ข้างในเขื่อนมีทั้งยังจุดสำหรับชมวิวแล้วก็พิพิธภัณฑสถานแสดงวิชาความรู้ทางธรรมชาติรวมทั้งวัฒนธรรม เป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวสำหรับสะกดรอยพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 9 และก็แปลงเป็นที่พักผ่อนพักผ่อนของพลเมืองทั่วๆไป